RSS

นวัตกรรมห้องสมุดในยุคมิลเลนเนียม : การจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่า

08 มี.ค.

นวัตกรรมห้องสมุดในยุคมิลเลนเนียม : การจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่า
ระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2551 เวลา 08.30 – 16.30 น.
สถานที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

ได้รับความรู้ดังนี้

“นวัตกรรมห้องสมุดในยุคมิลเลนเนียม : โอกาสและความท้าทาย” ซึ่งในอนาคตงานของห้องสมุดจะใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยงานพื้นฐานด้านการจัดหา การแคตาลอก การให้ยืม – คืน การสืบค้น ฯลฯ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจัดการโซ่สารสนเทศของงานด้านการผลิต แจกจ่าย จัดหา และการใช้งาน ห้องสมุดจะกลายเป็นผู้ผลิตเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ แทนการพึ่งพาผู้ผลิตสิ่งพิมพ์เชิงพาณิชย์ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรห้องสมุดที่ทำให้สามารถนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ได้มากขึ้นและเร็วขึ้น รวมทั้งการนำสื่อดิจิตอลมาใช้แทนทรัพยากรแบบเก่าในห้องสมุด การนำแนวคิดที่เรียกว่า คลังความคิด คือ แนวใหม่ของการทำห้องสมุดที่มีทุกอย่างตั้งแต่การนั่งคุย ร้านกาแฟ ไปจนถึงเครื่องมือไอทีสารพัดชนิดให้ใช้งาน มีทรัพยากรมัลติมีเดียทุกรูปแบบที่เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ รวมทั้งเพลง ภาพยนตร์ เทปบรรยายของวิทยากร ฯลฯ การทำให้ห้องสมุดเป็นศูนย์กลางของการค้นหาด้วยเทคโนโลยีของการค้นหาที่ทำได้ดีกว่าทำเองที่บ้านและมีที่ปรึกษาคอยให้ความช่วยเหลือเป็นบทบาทของบรรณารักษ์สมัยใหม่ที่จะทำให้มีคนมาใช้บริการห้องสมุดมากขึ้น

“นวัตกรรมห้องสมุดและความรับผิดชอบของสถาบัน” ในยุคปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก้าวหน้ารวดเร็วมาก ฮาร์ดแวร์มีราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ง่ายต่อการใช้งาน เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีขอบเขตครอบคลุมกว้างขวางขึ้นและมีความเร็วสูงขึ้น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ การสื่อสารและการกระจายเสียงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน สารสนเทศทุกประเภทสามารถทำเป็นดิจิตอลได้ ซึ่งความก้าวหน้าทาง ICT ทำให้คนมีคอมพิวเตอร์ใช้มากขึ้น จำนวนคนเข้าถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีมากขึ้น เครือข่ายสังคมสามารถสร้างขึ้นโดยง่ายและไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กรทำให้องค์กรมีสารสนเทศและองค์ความรู้ที่จัดเก็บอยู่ในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วสารสนเทศและองค์ความรู้เหล่านั้นมักจะได้รับการจัดเก็บอย่างกระจัดกระจายไม่สามารถค้นคืนได้อย่างรวดเร็วให้ทันต่อความต้องการใช้งาน เสี่ยงต่อการสูญหาย นอกจากนี้หน่วยงานย่อยต่าง ๆ ภายในองค์กรมักมีองค์ความรู้ที่คล้ายและเกี่ยวเนื่องกันซึ่งแต่ละหน่วยงานไม่ทราบถึงการมีอยู่และไม่สามารถนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาแบ่งปันเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีห้องสมุดดิจิตอล (Digital Library) และระบบบริหารจัดการห้องสมุด (Library Management System) มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรที่มีปริมาณมาก ระบบการค้นหาหนังสือที่แม่นยำ ระบบการจอง – ยืม – คืน หนังสือที่มีประสิทธิภาพ ระบบดังกล่าวจะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกลายเป็นเครือข่ายห้องสมุดเสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ห้องสมุดหนึ่ง

“การก้าวสู่ยุคมิลเลนเนียมกับนวัตกรรมห้องสมุด” ในอดีตภาพลักษณ์ของห้องสมุดส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบของหน่วยงานที่ให้บริการสารนิเทศแบบไม่คิดค่าบริการ บริการทุกอย่างถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติเป็นการให้บริการแบบเปิดรอเพื่อให้ผู้ใช้บริการมาเข้าใช้ ผู้ใช้ก็ถือว่าบริการที่ได้เป็นบริการแบบให้เปล่า จึงไม่เรียกร้องอะไรมาก ทำให้การดำเนินการของห้องสมุดพัฒนาไปได้แบบไม่ต้องมีการแข่งชัน ไม่ได้มองเรื่องการตลาดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ในทางตรงกันข้ามได้มีองค์กรธุรกิจสารนิเทศที่เกิดใหม่ซึ่งท้าทายและแข่งขันกับห้องสมุด การจะอยู่รอดและสามารถแข่งขันได้ ห้องสมุดต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการโดยใช้หลักการทางการตลาดสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ โดยใช้ 4P Model คือ
Product (สินค้า & บริการห้องสมุด)
Price (กลยุทธ์การตั้งราคา)
Place (ทำเลที่ตั้งห้องสมุด)
Promotion (กิจกรรมส่งเสริมการใช้บริการ)

การส่งเสริมการขายในห้องสมุด ผู้บริหารห้องสมุดต้องตระหนักอยู่เสมอถึงบริการที่ห้องสมุดมีให้กับผู้ใช้รวมถึงบริการที่จะมีในอนาคต ห้องสมุดจะต้องพยายามทุกวิถีทางในการชักชวนและโน้มน้าวให้มีคนมาใช้ให้มากขึ้น การจัดทำสถิติการใช้และการประเมินผลจะต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง การจัดส่งเสริมการขายในห้องสมุด (Library Promotion) มีวัตถุประสงค์เพื่อเลือกวิธีการที่กระตุ้นให้ผู้ที่ยังไม่ได้ใช้บริการมาใช้บริการหรือไม่ก็ขอข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมหรือไม่ก็อาจกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ไว้เพื่อประโยชน์การใช้งานในอนาคต และการนำโฆษณามาใช้ในห้องสมุดเพื่อสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ใช้เพิ่มจำนวนผู้ใช้ให้มากขึ้นและทำให้ภาพพจน์ของห้องสมุดดีขึ้น รูปแบบในการโฆษณาจะต้องออกแบบให้ผู้อ่านเกิดความสนใจ เร่งเร้าความสนใจต่อจุดเด่นของบริการที่มี อันจะนำไปสู่การเข้ามาใช้บริการด้วยความพึงพอใจ สื่อที่ใช้ในการโฆษณาอาจกระทำโดยผ่านทางการจัดนิทรรศการ จดหมายข่าวภายในองค์กร หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น กระดานป้าย โปสเตอร์ ตัวอักษรเลื่อนอิเล็กทรอนิกส์ วิทยุชุมชน เป็นต้น รวมทั้งการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่ก่อให้เกิดการติดต่อหรือสื่อสารระหว่างห้องสมุดกับผู้ใช้บริการ ซึ่งอาจเป็นการติดต่อระหว่างบุคคล อันจะก่อให้เกิดความคุ้นเคย เกิดการไว้เนื้อเชื่อใจกัน เกิดการเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน เกิดการรับรู้และมีทัศนคติที่ดี
ต่อการบริการต่าง ๆ ของห้องสมุด การประชาสัมพันธ์อาจทำเป็นบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ภายในองค์กร การลงตีพิมพ์วารสารขององค์กรและสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ภาพพจน์ของห้องสมุดอาจพัฒนาได้โดยจัดทำปฏิทินของห้องสมุด จัดทำเครื่องหมายแสดงหน่วยงาน (Logo) จัดทำหัวกระดาษจดหมาย นอกจากนี้การจัดกิจกรรมทางวิชาการ จัดนิทรรศการ จัดการบรรยาย จัดการสาธิต การจัดการประกวดและการเสวนา เป็นต้น ห้องสมุดจะต้องจัดหาและบริหารบุคลากรที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะและการประชาสัมพันธ์ต้องทำอย่างต่อเนื่องจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด

“การสร้าง การค้น การอ่าน การแลกเปลี่ยน” ในอดีตการค้นหาข้อมูลต้องค้นหาจากแหล่งความรู้ที่ห้องสมุด หอจดหมายเหตุ พิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นที่รวบรวมข้อมูลความรู้ในทุกแขนงวิชาสำหรับการเรียนรู้และการค้นคว้าวิจัย เพื่อต่อยอดความรู้หรือค้นพบใหม่ โดยใช้เครื่องมือช่วยค้นหา เช่น บัตรรายการ Online Public Access Catalog (OPAC) แต่ในปัจจุบันมีการสืบค้นข้อมูลโดยใช้โปรแกรมช่วยค้นที่เรียกว่า Search Engine เช่น Google Yahoo และอีกหลายโปรแกรมที่ทำให้การสืบค้นข้อมูลแล้วได้ข้อมูลจำนวนมากที่ต้องมาคัดเลือกเอาเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ การค้นหาข้อมูลในห้องสมุดและการสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตจึงมีความจำเป็นต้องใช้ควบคู่กันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน แม้จะมีความพยายามนำข้อมูลในห้องสมุดมาเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำได้ในระดับหนึ่งเนื่องจากปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์และการลงทุนสูงในการแปลงข้อมูลให้เป็นไฟล์ดิจิตอล ซึ่งเป็นงานสำคัญของสังคมความรู้ในปัจจุบันและอนาคต

การอ่าน เมื่อค้นข้อมูลได้มาแล้วก็ต้องอ่าน เพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องที่อ่านและนำไปปรับใช้ในงานหรือประยุกต์ใช้กับชีวิต ห้องสมุดจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของสังคมที่พัฒนาทุกแห่งในการให้โอกาสการเข้าถึงความรู้ของประชาชนโดยเท่าเทียมกัน เป็นแหล่งปลูกฝังสังคมประชาธิปไตยให้คนใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยหลายแห่งกำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของคนในสังคมให้มีความรู้

การแลกเปลี่ยนความรู้เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์และความรู้ของคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งเพื่อพัฒนาความรู้ของบุคคลให้เป็นความรู้ของกลุ่ม และเป็นความรู้ขององค์กร เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรและการสร้างสรรค์สังคม การแลกเปลี่ยนความรู้เป็นกระบวนการสำคัญขั้นตอนหนึ่งของการจัดการความรู้ที่ทำให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การต่อยอดความรู้ และการสร้างความรู้ใหม่ โดยมุ่งสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ การที่คนจะแลกเปลี่ยนความรู้กันได้นั้น จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้น ๆ ก่อน จึงมาเรียนรู้จากข้อดีของกันและกัน จากประสบการณ์ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี จากการทำงานที่ประสบความสำเร็จมาก่อน นำมาประยุกต์และสร้างเป็นความรู้ใหม่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ทำให้เกิดกระบวนการของการสร้างความรู้เป็นวงจรความรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาที่เรียกว่า นวัตกรรม

กระบวนการในการสร้างความรู้ การค้นหาความรู้ การอ่านและการแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นกระบวนการสำคัญของการเรียนรู้ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมรับผิดชอบ โดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสื่อสาร ทำให้ทุกคนเข้าถึงความรู้ของโลกได้รวดเร็ว เป็นภารกิจที่ท้าทายทุกคนในทุกสาขาอาชีพในปัจจุบัน สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการรู้ที่จะลือกใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโลกอย่างแท้จริง

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 8, 2011 in Training & Seminar

 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: